เครื่องวัดความเงา
Gloss Meter หรือ เครื่องวัดความเงา
ความเงา ความวาว (Gloss) เป็นคุณสมบัติที่เกี่ยวกับแสง ซึ่งบ่งบอกว่าพื้นผิววัตถุมีคุณสมบัติการสะท้อนของแสงระดับใด คุณสมบัตินี้ถูกนำมาใช้เป็นข้อกำหนดในอุตสาหกรรมสี เช่น ISO 2813. ASTM D523 (United States), BS 3900, Part 5 (United Kingdom); DIN 67530 (Germany), NFT 30-064 (France), AS 1580 (Australia), JIS Z8741 (Japan) เป็นต้น
ในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีเครื่องมือวัดระดับการสะท้อนของพื้นผิว เครื่องมือนั้นถูกเรียกว่า "Gloss meter" เครื่องวัดความเงาหรือ Gloss meter มีหน่วยวัดเป็น Gloss Unit (GU) โดยระดับความเงาเทียบกับกระจกดำ ซึ่งมีค่า 100 GU
โดยสเกล 0-100 GU เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมสี หรือ พลาสติก (Non-Metalic Coating) มากเนื่องจากย่านความเงาไม่เกิน 100 GU
แต่สำหรับวัตถุที่มีความเงาเกิน 100 GU อาจมากถึง 2000GU เนื่องจากการสะท้อนแสงเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ เช่น กระจกเงาหรือกระจกโปร่งใส วัตถุประเภทนี้จำเป็นต้องใช้หน่วยการวัดเป็น เปอร์เซนต์การสะท้อนของแสง เหมาะสมกว่า Gloss Unit
ส่วนประกอบและการใช้งานเครื่องวัดความเงา (Gloss Meter)
ส่วนประกอบภายในเครื่องวัดความเงา (Gloss Meter) ประกอบด้วย 2 ส่วนประกอบหลัก ดังนี้
1. แหล่งกำเนิดแสง (light Source) ทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดลำแสงขนานฉายบนพื้นผิวชิ้นงานเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงจากผิวชิ้นงาน
2. อุปกรณ์ตรวจจับแสงสะท้อน (Filtered Detector) ทำหน้าที่รับแสงสะท้อนจากผิววัดถุ เพื่อส่งต่อไปที่ชุดประมวลผลเป็นค่าความเงา


การใช้งานเครื่องวัดความเงา (Gloss Meter) ต้องคำนึงถึงมุมที่ใช้วัดค่าความเงา ในอุตสาหกรรมผิวเคลือบ (Industrial Coating) จะใช้งานที่มุม 20 ํ , 60 ํ และ 85 ํ ในการเลือกใช้งานนั้นมีขั้นตอนดังนี้
- ผู้ใช้งานควรเลือกโหมดการวัด 60 ํ ก่อน
- หากค่าความเงามากกว่า 70 GU ควรเปลี่ยนโหมดการวัดเป็น 20 ํ
- หากค่าความเงาต่ำกว่า 10 GU ควรเปลี่ยนโหมดการวัดเป็น 85 ํ
นอกจากมุม 20 ํ , 60 ํ และ 85 ํ แล้วยังมีมุม 45 ํ จะใช้วัดกับเซรามิก ฟิล์ม เท็กซ์ไทล์ และอลูมิเนียม ส่วนมุม 75 ํ ใช้วัดกับกระดาษและวัสดุพิมพ์ต่างๆ สามารถดูรายละเอียดจากตารางการเปรียบเทียบมุมการวัดต่าง ๆ ที่แต่ละมาตรฐานกำหนดดังนี้